ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม โดย วารสาร PTT NGV FOCUS  http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx 


              หนึ่งในอุบัติเหตุท้องถนนที่พบหลายครั้งในปัจจุบันคือ อุบัติเหตุไฟไหม้รถใช้ก๊าซ ซึ่งไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น ยังสร้างความวิตกกังวลต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย Insight & Innovation ฉบับนี้ จึงขอเล่าถึงสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในรถใช้ก๊าซ รวมไปถึงบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้รถ NGV และผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV หรือผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากการกระทำของทุกท่านมีผลต่อความปลอดภัยในการใช้รถ NGV นั่นเอง

382FD9AB-F19E-4FA2-827E-E7F305E643CB

             สาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุไฟไหม้ในรถใช้ก๊าซ NGV มาจากการที่มีเชื้อเพลิงรั่วไหลระหว่างการใช้งานไม่ว่าน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล หรือก๊าซ ประกอบกับมีประกายไฟจากภายในหรือภายนอกรถเกิดขึ้นก็มีโอกาสเกิดไฟลุกไหม้ได้ เช่น กรณีเฉี่ยวชนอย่างงรุนแรง อาจทำให้เชื้อเพลิงรั่วไหลพร้อมมีประกายไฟเกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้              จากสาเหตุในเบื้องต้น ยังมีองค์ประกอบอื่นที่ทำให้เกิดไฟไหม้ คือ เชื้อเพลิง ความร้อนหรือประกายไฟและอากาศ หากผู้ใช้รถสามารถควบคุมองค์ประกอบตัวใดใน 3 องค์ประกอบได้ ก็สามารถลดความเสี่ยงหรือป้องกันการเกิดไฟไหม้ เช่น รถ NGV มีปัญหาสายไฟหมดอายุการใช้งาน อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และในขณะนั้นมีเชื้อเพลิงรั่วไหลอยู่ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟไหม้ได้หากผู้ใช้รถสามารถควบคุมสาเหตุที่ทำให้ก๊าซรั่วได้ ก็จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างแน่นอน Image             อุบัติเหตุไฟไหม้ สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงหรือความรุนแรงได้ โดยการบำรุงรักษาระบบก๊าซ ให้มีสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลักสามารถทำได้ ดังนี้ ผู้ใช้รถ NGV              ผู้ใช้รถ NGV จำนวนมากขาดการดูแลรักษาอุปกรณ์ NGV คือ เมื่อทำการติดตั้ง NGV เรียบร้อยแล้ว ไม่นำรถมาตรวจระบบก๊าซ ณ ศูนย์ติดตั้ง NGV อย่างสม่ำเสมอ หรือละเลยการนำรถมาตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG กับผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ฯ ตามที่กฎหมายกำหนด หากมีก๊าซรั่วในระบบหรืออุปกรณ์ชำรุดเสียหาย/หมดอายุการใช้งาน ผู้ใช้รถ NGV ไม่ทราบปัญหา จึงไม่ได้ทำการแก้ไข ฉะนั้นสิ่งที่ผู้ใช้รถควรปฏิบัติ คือ              1.  นำรถเข้าตรวจระบบก๊าซ NGV อย่างน้อยทุกๆ 20,000 กิโลเมตร โดยศูนย์ติดตั้ง NGV ที่ได้มาตรฐาน              2.  นำรถไปตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG กับผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ฯ ปีละ 1 ครั้ง ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด              3.  ทำการตรวจเช็คระบบก๊าซและอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตนเองเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรืออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เมื่อรู้วิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ NGV แล้ว มารู้ถึงขั้นตอนหากรถ NGV เกิดก๊าซรั่ว              1.  เมื่อได้กลิ่นก๊าซ ให้ดับเครื่องยนต์ทันที เพื่อตัดการจ่ายเชื้อเพลิงทั้งก๊าซ NGV และน้ำมัน              2.  เปิดกระจกหรือประตูรถ เพื่อระบายอากาศภายในรถ              3.  ปิดวาล์วที่หัวถัง CNG เพื่อหยุดการไหลของก๊าซ และห้ามกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดประกายไฟ              4.  กรณีเป็นเครื่องยนต์เชื้อเพลิง 2 ชนิดหรือเครื่องยนต์เชื้อเพลิงร่วม หากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีก๊าซรั่วเพิ่มเติมให้นำรถเข้าไปยังศูนย์ติดตั้งฯ เพื่อตรวจสอบต่อไป โดยใช้ระบบน้ำมันก่อน เพื่อความปลอดภัย              5.  หากเกิดไฟไหม้ที่ตัวรถให้รีบดับเครื่องยนต์ เพื่อตัดการทำงานของโซลินอยล์วาล์ว และรีบออกห่างจากรถ หรือพยายามดับไฟที่แหล่งกำเนิด โดยใช้เครื่องดับเพลิงที่เหมาะสม เช่น ผงเคมีชนิด ABC หากพิจารณาเห็นว่าไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยเหลือทันที

PENTAX Image

ผู้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV               ผู้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV ควรดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์และระบบ NGV ให้ตรงตามมาตรฐานกำหนด อีกทั้งเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพในการติดตั้ง หากทำการติดตั้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือเลือกใช้อุปกณ์ผิดประเภท เช่น นำท่อน้ำ/ท่อน้ำมันติดตั้งแทนท่อก๊าซแรงดันต่ำ เพื่อลดต้นทุนในการติดตั้ง ส่งผลให้อุปกรณ์บางชนิด อาจมีอายุการใช้งานสั้นกว่าปกติ และเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้ได้ ผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก              ผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ฯ ทำการตรวจสอบรถ NGV โดยตรวจสอบอุปกรณ์ NGV ว่ามีสภาพสมบูรณ์หรือไม่ พร้อมตรวจการรั่วไหลของก๊าซ หากผู้ตรวจและทดสอบฯ ละเลยการตรวจสอบอย่างจริงจัง ตรวจเพียงเอกสารประกอบเท่านั้น ทำให้ไม่พบปัญหาและไม่มีการแจ้งให้เจ้าของรถทราบเพื่อนำรถไปแก้ไข ทำให้รถมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ในอนาคต

22406_images

             ผู้ใช้รถ NGV ทุกท่านควรใส่ใจนำรถไปตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG ตามระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เข้มงวดในหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถ NGV รวมถึงสร้างความอุ่นใจให้กับเพื่อนร่วมทาง อีกทั้งเป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุรถ NGV ที่เกิดขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือระหว่างวารสารสื่อชุมชน และวิชาการดอทคอม www.pttplc.com 


               ในฉบับที่ผ่านมาเราได้คุณผู้อ่านไปรู้จักกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาและความสำคัญของก๊าซธรรมชาติกันแล้ว มาถึงฉบับนี้เรายงมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติที่อยากนำมาบอกต่อกันอีกถึง  “ประโยชน์และความคุ้มค่า” ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ

oil

               ย้อนกลับไปถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการแสวงหาก๊าซธรรมชาติคือ “นำมาเป็นเชื้อเพลิง” ซึ่งการส่งก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงป้อนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม เรามักได้ยินเสมอว่าเป็นการใช้ทรัพยากรที่ไม่คุ้มค่าเปรียบเหมือนนำไม้สักเผาทำฝืน คำกล่าวนี้แม้จะใกล้เคียงความจริง แต่อาจไม่ช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนนัก เพราะแท้จริงแล้วการส่งก๊าซธรรมชาติเข้าเตาเผาเสมือนกับการส่งไม้สักทั้งท่อนไปเป็นฝืนโดยไม่ผ่านการจัดการใดๆ ทั้งที่ไม้สักท่อนนั้นสามารถถากเอาแต่เปลือก ตัดตาไม้ที่มีตำหนิหรือสับเป็นชิ้นเล็กๆก็ใช้เป็นฟืนได้เหมือนกัน โดปริมาณเชื้อเพลิงไม่ได้ลดน้อยลงไป ส่วนไม้แผ่นหรือไม้ชิ้นสวยๆ นั้นก็สามารถนำไปใช้ระโยชน์ด้านอื่นๆได้สมคุณค่ากว่า เช่น เป็นวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

               ดั้งนั้น การจัดการไม้สักให้คุ้มค่าก็ต้องมีการลงทุน และการลงทุนก็ต้องพิจารณาว่ามีไม้สักมากพอที่จะป้อนให้คนงานที่ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ทำอย่างคุ้มค่าแรงหรือไม่ และเมื่อได้วัตถุดิบส่งไปทำเฟอร์นิเจอร์แล้ว ความต้องการในตลาดมีมากพอหรือมีตลาดรองรับหรือไม่

               ก๊าซธรรมชาติก็เช่นกัน หากต้องการ “โรงแยกก๊าซธรรมชาติ” เพื่อแยกก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงและวัตถุดิบที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรม แต่ทั้งหมดก็ต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนเป็นสำคัญในบางกรณีอาจต้องดูคุณภาพของไม้สักด้วย เช่น ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในพม่าเป็นก๊าซธรรมชาติที่มีคุณภาพต่ำกว่าก๊าซธรรมชาติที่ขุดได้ในอ่าวไทยจึงส่งจากแหล่งขุดเจาะเข้าโรงไฟฟ้าโดยตรงไม่ผ่านโรงแยกก๊าซธรรมชาติเป็นต้น

news_img_40007_1

               แม้ว่าการตั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติจะได้วัตถุดิบที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อนำมาใช้ใน “อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้นน้ำ (Upstream)” แต่วัตถุระสงค์หลักของโรงแยกก๊าซธรรมชาติก็คือ การป้อนเชื้อเพลิงให้กับภาคพลังงานเป็นหลัก เรื่อ