ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม โดย วารสาร สานสุข http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx 


                  โลกใต้ทะเลไทยอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นแหล่งรวมสรรพชีวิตมากมาย หลายชนิดเรารู้จักกันดี บางชนิดก็มีอยู่เฉพาะถิ่น หาได้ยาก บ้างก็สูญพันธุ์ไปแล้วจากที่อื่น แต่กลับมาพบที่นี่ และมีอีกหลายชนิดที่ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกของโลก ที่ท้องทะเลไทย

P1310239_resize

                  และที่ทะเลขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช มีผลการศึกษาวิจัยว่า พบปลาบู่ทะเลหายากชนิดหนึ่งของไทย ที่มีประวัติที่น่าสนใจและเป็นพันธุ์สัตว์ชนิดเดียวของโลก อันเนื่องด้วยพระนามาภิไธยของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

                  นั่นคือ ‘ปลาบู่มหิดล’

                  จริงๆ แล้ว ‘ปลาบู่มหิดล’ ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปี พ.ศ. 2476 โดย ดร.ฮิว แมคคอร์มิค สมิธ (Dr. Hugh McCormick Smith) เจ้ากรมรักษาสัตว์น้ำ (ปัจจุบันคือ อธิบดีกรมประมง) ได้ทำการสำรวจปลาในอ่าวไทย พบปลาบู่ตัวหนึ่งในโพงพางปีก หรือรั้วไซมาน ที่ปากแม่น้ำจันทบุรี อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี และพบว่าปลาบู่ตัวนี้ มีความแตกต่างจากปลาบู่ที่เคยค้นพบมาก่อน จึงได้ตั้งชื่อสกุลใหม่ว่า Mahidolia มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mahidolia mystacino เพื่อเทิดพระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งขณะนั้นดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมหลวงสงขลานครินทร์ จากการที่พระองค์ทรงสนพระทัย และได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้คนไทยได้ไปศึกษาต่อ ด้านการเพาะเลี้ยง และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อจะได้กลับมาทำงานและพัฒนางานด้านการประมง

mahidolia_normani_smith_1931_buumhidl

                  ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 กรมประมงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระสมัญญานาม ‘พระประทีปแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทย’ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

                  ในโลกใต้ทะเล เราอาจพบสัตว์ทะเล ตั้งแต่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปจนกระทั่งขนาดเล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ปลาบู่มหิดล อาจเป็นเพียงหนึ่งในสรรพสัตว์ที่มีมากมายในท้องทะเล แต่ก็นับเป็นตำนานเกียรติยศแห่งท้องทะเลไทย อีกหนึ่งเรื่องราวที่ให้คนไทยได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมราชชนก ที่มีทรงมีคุณูปการต่อการอนุรักษ์สัตว์น้ำของไทย

                  ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ที่หมั่นแสวงหาความรู้ ดังพระโอวาทที่ให้ว่า ‘ความสำเร็จของการศึกษาที่แท้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความรู้มาก แต่ขึ้นอยู่กับการนำเอาความรู้นั้นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมมากเพียงไร’ (True success is not in the learning, but in its application to the benet of mankind)

                  เหนือสิ่งอื่นใด พระประทีปแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยพระองค์นี้ คือ ผู้พระราชทานพระมหากษัตริย์ผู้เป็นศูนย์รวมดวงใจให้กับคนไทย สืบสานพระราชปณิทานของพระราชชนก ด้วยทรงนำเอาความรู้มาพระราชทาน ในรูปแบบโครงการในพระราชดำริต่างๆ ให้คนไทยได้น้อมนำไปปฏิบัติ เกิดเป็นพลังแผ่นดินที่มั่นคง ให้คนไทยได้อยู่อย่างร่มเย็นผาสุก ตราบจนทุกวันนี้

                  คือพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนก ที่คนไทยมิอาจลืม

ข้อมูลจำเพาะของปลาบู่มหิดล

ลักษณะ8                   เป็นปลาขนาดเล็ก หัวโต แบน ไม่มีเกล็ด ตากลมโต ปากกว้าง กระดูกกรามยาวเลยหลังตา ครีบหน้าด้านหลังมีจุดสีน้ำเงินเด่นชัด ครีบท้องยาวไปจรดครีบหาง ครีบหางมีลักษณะกลม มีลายบนลำตัวเป็นแถบประมาณ 4-5 แถบ ลำตัวกลมยาวเป็นรูปทรงกระบอก สีเทาอมฟ้าเขียว หรือบางครั้งก็พบเป็นสีเทาเข้มปนม่วงอ่อน ตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย และตัวเมียจะมีสีของลำตัวเข้มกว่า ขนาดที่เคยสำรวจและค้นพบ มีความยาวประมาณ 2.3 - 7.4 เซนติเมตร และน้ำหนักตัวละประมาณ 0.1 - 4.33 กรัม

การดำรงชีวิต                   ปลาบู่มหิดล เป็นปลาหน้าดิน มักพบตามซอกหิน ซอกไม้ ตามรู โพรง กัลปังหา ไม้ไผ่ ไม้ทำโพงพาง หรือรั้ว ไซมาน ชอบอยู่บนพื้นทะเลที่หน้าดินเป็นโคลนปนทราย บางครั้งพบอยู่ร่วมกับสัตว์น้ำอื่น เช่น กุ้งดีดขัน โดยกุ้งเป็นผู้สร้างรู เป็นที่อาศัยร่วมกันกับปลา และปลาเป็นผู้ทำความสะอาดภายในรู นอกจากนี้ยังพบว่า อาศัยร่วมกับปูขนาดเล็ก หรือดาวทะเล ปลาบู่มหิดลกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร เช่น แพลงก์ตอน ไรสีน้ำตาล ลูกเคย ลูกกุ้ง หรือปลาขนาดเล็ก

การสืบพันธุ์                   มีฤดูวางไข่ในช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะช่วยกันดูแลไข่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายองุ่นติดกับท่อนไม้เป็นแพ เมื่อฟักเป็นตัวแล้วจะปล่อยให้หากินเอง

ถิ่นที่อยู่อาศัย                   พบได้บริเวณน้ำกร่อยของพื้นที่ชายฝั่งทะเลหรือป่าชายเลนอยู่ได้ในน้ำที่มีระดับความเค็มต่ำในประเทศไทยพบได้ตามชายฝั่งอ่าวไทยในจังหวัดจันทบุรี ระนอง ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการกระจายตัวอยู่ในภูมิภาคเอเชีย คือ ประเทศจีน ไต้หวัน อินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่นด้วย

ความสำคัญ                   ปัจจุบัน ปลาบู่มหิดลการจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 49 ตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้รับธรณีพิบัติ จังหวัดระนอง กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต และสตูล พ.ศ. 2549

สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อประชากรปลาบู่มหิดล                   ปลาบู่มหิดลเป็นปลาขนาดเล็กที่หาได้ยากไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยครั้ง ในปัจจุบันป่าชายเลนเสื่อมโทรม อันเนื่องมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจด้านต่างๆ เช่น การปล่อยน้ำทิ้ง และของเสียจากแหล่งชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และการเลี้ยงกุ้งทะเล เป็นต้น นอกจากนี้แหล่งน้ำต่างๆ เกือบตลอดแขนงชายฝั่งทะเล มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะตื้นเขิน เนื่องจากมีการชะล้างหน้าดิน (soil erosion) บนพื้นที่ดินจากการประกอบกิจกรรมดังกล่าวแล้ว รวมทั้งการทำประมงที่ใช้เครื่องประจำที่ประเภทกางกั้นจำพวกโพงพางปีก เป็นต้น ซึ่งมีผลกระทบต่อสภาวะความเปลี่ยนแปลงของแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งมีผลต่อความเสื่อมโทรมของพันธุ์สัตว์น้ำสำคัญๆ อย่างปลาบู่มหิดล ที่มีให้พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก อาจเป็นผลให้ปลาชนิดนี้สูญพันธุ์ได้ในอนาคต

Comment

Comment:

Tweet